สรุป พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

Line
Facebook
Twitter
Google

สรุป พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562

ภาพรวม

  1. คกก. วิธีปฏิบัติฯ
  2. คำสั่งทางปกครอง
    • เจ้าหน้าที่ (บุคคล, คณะกรรมการ)
    • คู่กรณี
    • การพิจารณา
    • รูปแบบและผล
    • อุทธรณ์
    • ขอพิจารณาใหม่
    • เพิกถอน
    • การบังคับ
  3. ระยะเวลา, อายุความ
  4. การแจ้ง
  5. คกก. ที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครอง
  6. บทเฉพาะการ

หลวง => คำสั่ง/กฎ/การดำเนินการ => ปชช. (คู่กรณี => ปชช. แท้ ๆ/จนท.รัฐ ในฐานะ ปชช.)

ลักษณะ...

  1. ก.ม. กลาง
  2. ไม่ใช้กับ
    1. รัฐสภา, ครม.
    2. องค์กรตาม รธน.
    3. การพิจารณาของนายก, รมต. ในงานนโยบาย
    4. การพิพากษาคดีของศาล, การดำเนินงานของ จนท. ในกระบวนพิจารณาคดี บังคับคดี วางทรัพย์
    5. วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ก.ม. กฤษฎีกา)
    6. นโยบายต่างประเทศ
    7. ทหาร, ยุทธการ
    8. กระบวนการยุติธรรมทางอาญา
    9. องค์กรศาสนา
    10. อื่น ๆ (ต้องตราเป็น พ.ร.ฎ.)

วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

  • เตรียม
  • ดำเนินการ
  • เจ้าหน้าที่
  1. คำสั่งทางปกครอง (อะไรที่ไม่ใช่กฏ)
    • เจ้าหน้าที่
    • กฎหมาย
    • ใช้อำนาจตามกฎหมาย
    • มีผลตามกฎหมายเป็นการเฉพาะบุคคล/กรณี (ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์)
      • ก่อ
      • เปลี่ยนแปลง
      • โอน
      • สงวน
      • ระงับ
      • กระทบสิทธิหน้าที่
  2. กฎ (ไม่ใช้เฉพาะบุคคลหรือเฉพาะกรณี)
  3. การดำเนินการทางปกครอง

เจ้าหน้าที่

  • ต้องเป็นกลาง

ห้าม

  1. เป็นคูกรณี
  2. คู่หมั้น, คู่สมรส
  3. ญาติ (บุพการี, ผู้สืบสันดาน, พี่น้อง/ลูกพี่ลูกน้อง 3 ชั้น, ญาติทางการแต่งงาน 2 ชั้น)
  4. เป็น/เคยเป็น ผู้แทนโดยชอบธรรม, ผู้พิทักษ์, ผู้แทน, ตัวแทน
  5. เป็นเจ้าหนี้, ลูกหนี้, นายจ้าง
  • มีอำนาจตามกฎหมายในเรื่องที่ออกคำสั่ง

ผลจากการที่เจ้าหน้าที่ไม่เป็นกลาง

เจ้าหน้าที่คนเดียว

  • หยุดพิจารณา
  • แจ้งผู้บังคับบัญชา

เจ้าหน้าที่เป็นคณะ (กรรมการ)

  • ออกจากห้องประชุม
  • ให้ประธานเสนอ Vote ถ้าเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 กลับเข้าห้องประชุมได้

กรณีนอกจากข้อห้ามความเป็นกลาง 1-5

รู้ตัวเอง => หยุดพิจารณา => แจ้งผู้บังคับบัญชา

เห็นว่าตนไม่ผิด => เฉย ๆ ไว้ ไม่หยุดก็ไม่เป็นไร

ผลหลังจากหยุดพิจารณา

  1. ที่ทำมาก่อนหยุด ไม่เสียไป
  2. ไม่ใช้ในกรณีเร่งด่วน เสียหายต่อสิทธิของบุคคล (ถึงแม้จะมีข้อห้าม แต่ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วน เสียหายต่อสิทธิของบุคคล ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องสนใจข้อห้าม)

คู่กรณี

  • บุคคล
  • คณะบุคคล
  • นิติบุคคล

ต้องมีความสามารถ

  1. อายุ 20 ปี/บรรลุนิติภาวะ
  2. ก.ม. ให้กระทำการเรื่องนั้นได้
  3. นิติบุคคล, คณะบุคคล
  4. นายกประเทศ

การพิจารณาทางปกครองจะเกิดขึ้นเมื่อมีคู่กรณี

  • จนท. เรียกคู่กรณีมาออกคำสั่ง
  • จนท. ออกคำสั่ง แล้วคู่กรณีขอให้ทบทวน หรือขอโต้แย้งคำสั่ง

บรรยากาศในการพิจารณาทางปกครอง

  • เริ่มขึ้นเมื่อคู่กรณีเข้ามามีส่วนร่วม (เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไรก็ได้)
  • มีส่วนร่วมคือมีการพบกันระหว่าง จนท. กับ คู่กรณี
  • ครั้งแรกคู่กรณีจะต้องมาพบ จนท. ด้วยตนเอง (ตัวแทนมาด้วยก็ได้)
  • ครั้งต่อไปจะให้ตัวแทนมาคนเดียวก็ได้

ตัวแทน

  • ตั้งใจ => ตัวแทนร่วม => คู่กรณีระบุตัวแทนคนเดียวกัน
  • ไม่ตั้งใจ => ตัวแทนร่วม => คู่กรณีไม่ได้ระบุตัวแทนคนเดียวกัน แต่ จนท. ให้เลือกตัวแทน ว่าจะเลือกใคร

รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง

  • หนังสือ

(1) ระบุ ว/ด/ป ชื่อ ตำแหน่ง ผู้ทำคำสั่ง ลงลายมือชื่อ

  • วาจา

(1) ถ้าคนรับคำสั่งร้องขอ ให้ทำเป็นหนังสือภายใน 7 วัน นับแต่มีคำสั่ง คนออกคำสั่งออกหนังสือยืนยันคำสั่งให้

  • อื่น ๆ

(1) ระบุเหตุผล

  1. ข้อเท็จจริง
  2. ข้อกฎหมาย
  3. ข้อพิจารณาสนับสนุนดุลยพินิจ

เว้น

  • ตรงกับที่ขอมา, ไม่กระทบคนอื่น
  • รู้กันดีอยู่แล้ว
  • ลับ
  • เร่งด่วน (ให้เหตุผลภายหลังได้)

(2) เนื้อหาระบุสิ่งใด

  1. เริ่มต้น, สิ้นสุด จากเวลา
  2. เริ่มต้น, สิ้นสุด จากเหตุการณ์
  3. สงวนสิทธิ์ยกเลิก
  4. หน้าที่ของผู้รับประโยชน์
    1. ทำ, งดเว้น
    2. ภาระหน้าที่
    3. ความรับผิดชอบ
    4. จัดให้มีข้อกำหนด
  5. สิทธิอุทธรณ์โต้แย้ง, ระยะเวลาโต้แย้ง (ถ้าไม่ระบุ ให้นับเวลานับแต่วันแจ้งใหม่ หรือ 1 ปี นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง ถ้าไม่ได้แจ้งใหม่แล้วระยะเวลาเดิมสั้นกว่า 1 ปี ก็ให้ภายใน 1 ปี)

ถ้า (1) + (2) = สมบูรณ์

กรณีต่อไปนี้ถือว่าสมบูรณ์

  1. ออกโดยไม่มีคนยื่นคำขอ => ยื่นคำขอภายหลัง
  2. ออกโดยไม่แจ้งเหตุผล => แจ้งเหตุผลภายหลัง
  3. ออกโดยไม่ได้รับฟังเหตุผล => รับฟังภายหลัง
  4. ออกโดยเจ้าหน้าที่อื่นไม่เห็นชอบ => เห็นชอบภายหลัง

มีผล ใช้ยัน => ตั้งแต่มีผู้รับแจ้งจนกว่าจะเพิกถอน/สิ้นผลโดยเงื่อนเวลา (แก้ไขได้หากผิดเล็กน้อย)

การพิจารณา

เอกสาร ต้องเป็นภาษาไทย (ถ้าทำเเป็นภาษาอังกฤษต้องแปลงเป็นภาษาไทย นับวันที่ยื่นฉบับภาษาไทย)

***ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ แต่ จนท. ยินยอมรับไว้ก็ถือว่าใช้ได้

จนท. แจ้งสิทธิคู่กรณี

  1. ข้อเท็จจริง, โอกาสโต้แย้ง
  2. ขอดูเอกสาร (ห้ามดูร่างลับ)
  3. นำทนายเข้ามา

เจ้าหน้าที่

  • ตรวจสอบได้ตามความเหมาะสม
  • พิจารณาพยานหลักฐาน (เพิ่มเติม) ได้
    • แสวงหา
    • รับฟัง
    • ขอข้อเท็จจริง
    • เรียกเอกสาร
    • ตรวจสถานที่

ข้อยกเว้นในการไม่แจ้งข้อเท็จจริง

  1. จำเป็น เร่งด่วน ช้าไปจะเสียหาย
  2. ระยะเวลาตามกฎหมายล่าช้าออกไป
  3. ข้อเท็จจริงของคู่กรณีให้ไว้เอง
  4. เห็นได้ชัดว่าทำไม่ได้
  5. มาตรการบังคับทางปกครอง
  6. อื่น ๆ ตามกฎกระทรวง

การอุทธรณ์

  • อุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง/ตามกฎหมายนั้น ๆ
  • ต้องทำเป็นหนังสือ
    • ข้อโต้แย้ง
    • ข้อเท็จจริง
    • ข้อกฎหมาย
  • การอุทธรณ์ไม่มีผลทุเลาคำสั่ง
  • เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาโดยเร็ว (ไม่เกิน 30 วัน)
  • ถ้า เห็นด้วย => แก้ไข, เพิกถอน
  • ถ้า ไม่เห็นด้วย => ส่งต่อผู้มีอำนาจพิจารณา
  • ผู้มีอำนาจพิจารณา (ผู้บังคับบัญชา)
    • พิจารณาภายใน 30 วัน
    • หากไม่ทันให้ทำหนังสือแจ้งคู่กรณี ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน

การเพิกถอน

จนท.ผู้ออกคำสั่ง, ผู้บังคับบัญชา + แม้พ้นระยะเวลาอุทธรณ์ก็เพิกถอนได้

ไม่ชอบด้วยกฎหมาย = เพิกถอนทั้งหมด, บางส่วน, ย้อนหลังได้, อนาคตได้

ให้ประโยชน์ (กับคู่กรณี) = ให้คำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับกับประโยชน์ (เพิกถอนแล้วอาจทำให้คู่กรณีที่ได้รับประโยชน์ต้องคืนประโยชน์นั้นทั้งหมดหรือบางส่วน)

ไม่ให้ประโยชน์ = คู่กรณีมีสิทธิเรียกค่าทดแทน ภายใน 180 วัน

สุจริต

  1. ไม่ปกปิด
  2. ให้ข้อความครบถ้วน
  3. ไม่รู้ถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมาย, ไม่ประมาทอย่างร้ายแรง

ชอบด้วยกฎหมาย = เพิกถอนทั้งหมด, บางส่วน, อนาคตได้ ***ย้อนหลังไม่ได้

ให้ประโยชน์ (ทั่วไป) = เพิกถอนได้ต้องมีเหตุ (1) ก.ม. ข้อสงวนสิทธิ (2) ผู้รับประโยชน์ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข (3) ข้อเท็จจริงเปลี่ยน (4) กฎหมายเปลี่ยน (5) สาธารณะเสียหาย

ให้เงิน, ทรัพย์สิน เพิกถอนได้ต่อเมื่อ คู่กรณีไม่ปฏิบัติ, ล่าช้า (วัตถุประสงค์+เงื่อนไข)

ระยะเวลาและอายุความ

วันแรก

กำหนด ว/ด/ป ให้นับวันถัดไปเป็นวันที่ 1

วันสุดท้าย

#กรณีเจ้าหน้าที่ นับวันหยุดด้วย

#กรณีบุคคลทั่วไป นับวันทำการแรกเป็นวันสุดท้าย

การแจ้ง

1-15 คน

วันถึง

  1. วันที่มีคนรับ
  2. หากไม่มีคนรับให้ถือวันที่คำสั่งฯ ไปถึงภูมิลำเนาหรือปิดไว้ที่ภูมิลำเนา
  3. หากส่ง ปณ. ตอบรับ

– ในประเทศ ครบ 7 วันที่ส่ง

– ต่างประเทศ ครบ 15 วันที่ส่ง

ส่งทีละหลายคน

พ้น 15 วัน นับแต่

  • 16-100 คน ปิดประกาศ ณ ที่ทำการของเจ้าหน้าที่, ที่ว่าการอำเภอของผู้รับ
  • 100+ คน หรือไม่รู้ตัวผู้รับ ประกาศในหนังสือพิมพ์

การขอพิจารณาใหม่

  • คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว
  • ระยะเวลาในการอุทธรณ์ผ่านพ้นไปแล้ว หรือพิจารณาอุทธรณ์ไปแล้ว

ต้องมีเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้

  1. มีพยานหลักฐานใหม่
  2. คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในการพิจารณา
  3. เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจทำคำสั่งทางปกครอง
  4. ข้อเท็จจริง, กฎหมายเปลี่ยน

ต้องยื่นคำขอภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้ถึงเหตุนั้น

เหตุที่ 1-3 คู่กรณีต้องไม่รู้อยู่ก่อนแล้ว ต้องเป็นการรู้ภายหลังเท่านั้น

ข้อแตกต่างของการอุทธรณ์กับการขอพิจารณาใหม่คือ

  • การอุทธรณ์ คดียังไม่สิ้นสุด
  • การขอพิจารณา คดีสิ้นสุดไปแล้ว

การบังคับ

เนื้อหาจะอยู่ใน พ.ร.บ. ที่แก้ไขเปลี่ยนแปลง มีการเพิ่มเติมหมวด 2/1 (การบังคับทางปกครอง) เป็นการเพิ่มเนื้อหาใหม่ จุดสำคัญคือการบังคับ

มี 2 ประเภท

  1. บังคับให้ชำระเงิน
    • การสืบทรัพย์
      • ให้อัยการสูงสุดช่วยได้
      • ถ้ามากกว่า 2 ล้านบาท จ้างนักสืบเอกชนได้
    • วิธีการสืบทรัพย์
      • สืบจากธนาคาร
      • สืบจากนายทะเบียน (ที่ดิน, รถยนต์, อื่น ๆ)
  2. บังคับให้กระทำหรือละเว้นกระทำ
    • ทำแทน (คู่กรณีต้องจ่ายค่าทำแทน อาจมีเงินเพิ่มรายวัน)
    • ค่าปรับบังคับการ (ค่าปรับที่คิดทุกวันระหว่างที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่เกิน 50000 บาทต่อวัน)

ผู้ใช้อำนาจบังคับทางปกครอง

  • เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง (เงิน, ทำ)
  • เจ้าพนักงานบังคับคดี (เฉพาะการบังคับให้ชำระเงิน)
    • เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการทวงหนี้
    • ขอหมายศาลบังคับคดี จากศาล ภายใน 10 ปี ส่งให้กรมบังคับคดี

ข้อห้ามการบังคับทางปกครอง (ปกติจะเป็นการบังคับให้ชำระหนี้)

  1. ห้ามใช้บังคับหน่วยงานของรัฐ
  2. ห้ามใช้บังคับกับคำสั่งทางปกครองที่อยู่ระหว่างทุเลาการบังคับ
  3. ห้ามใช้บังคับเกินความจำเป็น
  4. ห้ามใช้บังคับซ้ำกับคำพิพากษาของศาล (ปกติแล้วการบังคับทางปกครองจะเกิดก่อนการฟ้องศาล)

ผู้ถูกบังคับ => เจ้าตัว (คู่กรณี)

  • บุคคล => ตาย
    • ผู้รับมรดก
    • ผู้จัดการมรดก
  • นิติบุคคล
    • ผู้ชำระบัญชี กรณีเลิกกิจการ
    • นิติบุคคลที่ควบรวมกิจการ กรณีควบรวมกิจการ

สิทธิของผู้ถูกบังคับ

  • อุทธรณ์ได้
  • ถ้าถูกบังคับแทนเจ้าตัว กรณีผู้ถูกบังคับตาย/นิติบุคคลเลิก/ควบกิจการ ต้องมีการแจ้งสิทธิอุทธรณ์ใหม่ และระยะเวลาอุทธรณ์ต้องนับใหม่ ตั้งแต่ได้รับแจ้ง

วิธีการบังคับ

หนี้เงิน

  1. มีหนังสือเตือนให้ชำระหนี้ภายใน 7 วัน
  2. ถ้าเบี้ยว => ยึด/อายัด
  3. ออกคำสั่งยึด/อายัด แล้วต้องดำเนินการภายใน 10 ปี นับแต่กำหนดชำระสิ้นสุด (ต้องเริ่มดำเนินการแล้ว แต่ไม่เสร็จก็ได้)
  4. ขายทอดตลาด (ขอเฉลี่ยทรัพย์กับคนอื่นได้)

หนี้ทำ

  1. ทำหนังสือเตือน กำหนดระยะเวลาให้ทำตาม (ระบุค่าปรับ, มารตรการบังคับ, ค่าใช้จ่าย, เงินเพิ่มรายวัน)
  2. เรียกค่าปรับบังคับการ/เข้าทำแทน
  3. ใช้ไม่ได้จึงเปลี่ยนมาตรการได้ (ขอ ตร. ช่วยบังคับตามมาตรการได้)
Line
Facebook
Twitter
Google
Protected: [ตอนที่ 16] Social App Workshop ด้วย ASP.NET Core 3 กับ Angular 9 การทำ Sorting
Protected: [ตอนที่ 15] Social App Workshop ด้วย ASP.NET Core 3 กับ Angular 9 การทำ Filtering
Protected: [ตอนที่ 14] Social App Workshop ด้วย ASP.NET Core 3 กับ Angular 9 การใช้งาน Paging
No Preview
Protected: [ตอนที่ 13] Social App Workshop ด้วย ASP.NET Core 3 กับ Angular 9 การกำหนดรูปแบบการแสดงผลวัน-เวลา
เตรียม Atom สำหรับ React Native #3
เตรียม Visual Studio Code สำหรับ React Native #2
การติดตั้ง React Native บน macOs #1
การกำหนดค่า TF_MIN_GPU_MULTIPROCESSOR_COUNT เพื่อให้ TensorFlow ใช้งาน GPU ทุกตัว
ติดตั้ง Ubuntu 17.04 ใช้งานร่วมกับ Windows 10
การติดตั้ง TensorFlow & Caffe บน Ubuntu 16.04